วิธีคำนวณ Power Supply สำหรับไฟเส้น (LED Strip Power Supply Calculation Guide)


ไฟเส้น LED หรือ LED Strip Light เป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมมากในงาน ซ่อนแสงฝ้า, ใต้ตู้, ชั้นโชว์สินค้า, บันได, ผนังตกแต่ง และงานสถาปัตยกรรม แต่หนึ่งในปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดคือการเลือก Power Supply ผิดขนาด ทำให้ไฟไม่เต็ม, กระพริบ, Driver ร้อน หรือเสียเร็ว
บทความนี้จะอธิบาย วิธีคำนวณ Power Supply สำหรับไฟเส้นแบบเข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างใช้งานจริงสำหรับทั้ง 12V และ 24V LED Strip
Power Supply สำหรับไฟเส้นคืออะไร
Power Supply หรือบางครั้งเรียกว่า
LED Driver แบบ Constant Voltage
Switching Power Supply
หม้อแปลงไฟเส้น
มีหน้าที่แปลงไฟบ้าน 220V AC ให้เป็นไฟ 12V DC หรือ 24V DC เพื่อจ่ายให้กับไฟเส้น
ดังนั้นก่อนเลือก Power Supply ต้องรู้ก่อนว่าไฟเส้นของคุณใช้ระบบอะไร เช่น
LED Strip 12V
LED Strip 24V
ห้ามใช้ผิดแรงดันเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ไฟไม่ติด หรือทำให้ไฟเส้นเสียได้
ข้อมูลที่ต้องรู้ก่อนคำนวณ
ก่อนเลือก Power Supply สำหรับไฟเส้น ต้องมี 3 ข้อมูลหลัก
1. แรงดันไฟของไฟเส้น
ดูจากสเปกสินค้า เช่น
12V DC
24V DC
2. กำลังไฟต่อเมตร
เช่น
4.8W/m
9.6W/m
14.4W/m
20W/m
3. ความยาวที่ใช้งานจริง
เช่น
3 เมตร
5 เมตร
8 เมตร
สูตรคำนวณ Power Supply สำหรับไฟเส้น
สูตรพื้นฐานคือ
กำลังไฟรวม = กำลังไฟต่อเมตร × ความยาวที่ใช้
จากนั้นต้อง เผื่อโหลดเพิ่ม 20–30%
สูตรใช้งานจริงคือ
Power Supply ที่ควรใช้ = กำลังไฟรวม × 1.2 ถึง 1.3
ตัวอย่างการคำนวณ
ตัวอย่างที่ 1
ไฟเส้น 24V กำลังไฟ 9.6W/m
ใช้งาน 5 เมตร
ขั้นตอนที่ 1: คำนวณกำลังไฟรวม
9.6 × 5 = 48W
ขั้นตอนที่ 2: เผื่อโหลด 20–30%
48 × 1.25 = 60W
สรุป
ควรเลือก Power Supply อย่างน้อย 60W
ในงานจริงมักขยับไปใช้ 75W เพื่อให้ระบบทำงานไม่เต็มโหลดเกินไป
ตัวอย่างที่ 2
ไฟเส้น 24V กำลังไฟ 14.4W/m
ใช้งาน 8 เมตร
ขั้นตอนที่ 1
14.4 × 8 = 115.2W
ขั้นตอนที่ 2
115.2 × 1.25 = 144W
สรุป
ควรใช้ Power Supply ขนาด 150W เป็นอย่างน้อย
ถ้าต้องการเผื่อใช้งานยาว ๆ อาจเลือก 200W
ตัวอย่างที่ 3
ไฟเส้น 12V กำลังไฟ 4.8W/m
ใช้งาน 10 เมตร
ขั้นตอนที่ 1
4.8 × 10 = 48W
ขั้นตอนที่ 2
48 × 1.25 = 60W
สรุป
ควรใช้ Power Supply 60W ขึ้นไป
แต่กรณีนี้ต้องระวังมาก เพราะ 12V ระยะยาว 10 เมตร มีโอกาสเกิดปัญหาไฟตกปลายเส้นได้ง่ายกว่าระบบ 24V
ทำไมต้องเผื่อ Power Supply 20–30%
หลายคนคำนวณแล้วเลือก Power Supply เท่ากับโหลดพอดี เช่นโหลด 100W ก็ใช้ 100W เลย ซึ่งไม่แนะนำ
เพราะถ้าใช้งานใกล้เต็มโหลดตลอดเวลา จะเกิดปัญหา เช่น
Power Supply ร้อนมาก
อายุการใช้งานสั้น
แสงไม่นิ่ง
มีอาการกระพริบ
เสียเร็ว
ดังนั้นในงานจริงควรใช้โหลดประมาณ 70–80% ของกำลัง Power Supply จะปลอดภัยกว่า
ตัวอย่าง
โหลดจริง 100W
ควรใช้ Power Supply ประมาณ 120–150W
วิธีดูว่าไฟเส้นใช้ Power Supply แบบไหน
ไฟเส้นส่วนใหญ่ใช้ Constant Voltage Power Supply ไม่ใช่ Constant Current
ดังนั้นให้ดูสเปกแบบนี้
Input: 220V AC
Output: 12V DC
Output: 24V DC
ถ้าเป็นไฟเส้นทั่วไปสำหรับงานซ่อนแสงในบ้านและโครงการ มักใช้แบบ
12V Constant Voltage
24V Constant Voltage
คำนวณกระแสไฟ (Ampere) เพิ่มเติม
นอกจากดู Watt แล้ว บางครั้งต้องดู กระแสไฟ (A) ด้วย โดยใช้สูตร
กระแสไฟ (A) = กำลังไฟ (W) ÷ แรงดันไฟ (V)
ตัวอย่าง
โหลดรวม 96W ใช้ระบบ 24V
96 ÷ 24 = 4A
ดังนั้น Power Supply ควรจ่ายได้มากกว่า 4A
ถ้าเผื่อ 25% ก็ควรเลือกประมาณ 5A ขึ้นไป
ตัวอย่างแปลง Watt เป็น Amp
24V system
60W = 2.5A
100W = 4.17A
150W = 6.25A
200W = 8.33A
12V system
60W = 5A
100W = 8.33A
150W = 12.5A
200W = 16.67A
จะเห็นว่า 12V ใช้กระแสสูงกว่า 24V ที่กำลังไฟเท่ากัน
ดังนั้นระบบ 24V จึงเหมาะกับงานที่ยาวกว่า และมีปัญหา Voltage Drop น้อยกว่า
12V หรือ 24V แบบไหนดีกว่า
12V เหมาะกับ
งานระยะสั้น
จุดเล็ก ๆ
งานที่อุปกรณ์เดิมรองรับ 12V อยู่แล้ว
24V เหมาะกับ
งานไฟเส้นยาว
งานซ่อนแสงฝ้ายาว
งานโครงการ
งานที่ต้องการแสงสม่ำเสมอ
ถ้าต้องเลือกสำหรับงานบ้านสมัยใหม่และงานโครงการ ส่วนใหญ่ 24V จะเหมาะกว่า
ถ้าไฟเส้นยาวมาก ต้องทำอย่างไร
ถ้าใช้ไฟเส้นยาวหลายเมตร ไม่ควรต่อยาวจากจุดเดียวเสมอไป เพราะจะเกิด
ปลายเส้นหรี่ลง
สีแสงเพี้ยน
ความสว่างไม่เท่ากัน
วิธีแก้คือ
1. จ่ายไฟ 2 ด้าน
เช่น ป้อนไฟจากต้นเส้นและปลายเส้น
2. แบ่งโหลดเป็นช่วง
เช่น 10 เมตร แบ่งเป็น 2 ชุด ชุดละ 5 เมตร
3. ใช้ Power Supply หลายตัว
ในงานขนาดใหญ่ควรแยกเป็นโซน
ควรเลือก Power Supply แบบ Indoor หรือ Outdoor
Indoor Power Supply
เหมาะกับ
งานในฝ้า
งานในตู้
งานภายในอาคาร
มักเป็นแบบระบายอากาศทั่วไป
Outdoor / Waterproof Power Supply
เหมาะกับ
งานภายนอก
งานชื้น
ซ่อนไว้ในที่โดนน้ำหรือฝน
ควรเลือกแบบที่มีค่า IP เช่น
IP65
IP67
ข้อควรระวังในการติดตั้ง Power Supply
อย่าซ่อนไว้ในที่อับเกินไป
Power Supply มีความร้อน ถ้าไม่มีอากาศถ่ายเทจะเสียเร็ว
อย่าเลือกกำลังต่ำเกินไป
โหลดใกล้เต็มตลอดเวลา ไม่ดีต่ออายุการใช้งาน
ตรวจสอบแรงดันให้ตรง
12V ต้องใช้กับ 12V
24V ต้องใช้กับ 24V
เลือกสายไฟให้เหมาะกับกระแส
โดยเฉพาะงาน 12V ที่กระแสสูง
ปัญหาที่พบบ่อย
ไฟเส้นติดบ้างไม่ติดบ้าง
อาจเกิดจาก
Power Supply วัตต์ไม่พอ
ขั้วต่อไม่แน่น
โหลดเกิน
ไฟปลายเส้นหรี่
อาจเกิดจาก
เดินเส้นยาวเกินไป
ใช้ 12V กับระยะไกล
สายเล็กเกิน
Power Supply ร้อนจัด
อาจเกิดจาก
เลือกขนาดเล็กเกินไป
ระบายอากาศไม่ดี
ใช้งานเต็มโหลดตลอด
ตารางคำนวณเร็วสำหรับไฟเส้นยอดนิยม
ไฟเส้น 9.6W/m
3 เมตร = 28.8W → แนะนำ PSU 36–45W
5 เมตร = 48W → แนะนำ PSU 60–75W
10 เมตร = 96W → แนะนำ PSU 120–150W
ไฟเส้น 14.4W/m
3 เมตร = 43.2W → แนะนำ PSU 60W
5 เมตร = 72W → แนะนำ PSU 100W
10 เมตร = 144W → แนะนำ PSU 180–200W
ไฟเส้น 20W/m
3 เมตร = 60W → แนะนำ PSU 75–100W
5 เมตร = 100W → แนะนำ PSU 150W
10 เมตร = 200W → แนะนำ PSU 250W ขึ้นไป หรือแบ่งโซน
สรุป
วิธีคำนวณ Power Supply สำหรับไฟเส้น ทำได้ง่าย ๆ ตามนี้
ขั้นตอน
ดูแรงดันไฟของไฟเส้น ว่าเป็น 12V หรือ 24V
ดูกำลังไฟต่อเมตร เช่น 9.6W/m หรือ 14.4W/m
คูณกับความยาวที่ใช้จริง
เผื่อโหลดอีก 20–30%
เลือก Power Supply ที่มี Watt และ Amp เพียงพอ
สูตรจำง่ายคือ
Power Supply = (Watt ต่อเมตร × ความยาว) × 1.2 ถึง 1.3
ถ้าเลือกถูก ระบบไฟเส้นจะได้
แสงนิ่ง
ไม่กระพริบ
อายุการใช้งานยาว
ปลอดภัยกว่า

